ให้เรตสมาชิก: 3 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

บทที่ 18  Scripts
   JavaScript เป็นภาษาที่เป็น Script ที่อยู่ในเว็บไซต์ (ใช่ร่วมกับ HTML) เพื่อให้เว็บไซต์ของเราดูมีการเคลื่อนไหว สามารถตอบสนองผู้ใช้งานได้มากขึ้น โดยการใส่ Javascript ลงในโค๊ด HTML นั้นทำได้โดยใช้ แท็ก <script>  โดยจะแทรกอยู้ในแท็ก <head> และ แท็ก <body>
   ประโยชน์ของ javaScript
   เราจะใช้ JavaScript เมื่อต้องการทำให้ เวบเพจแสดงผลแบบเคลื่อนไหวได้ มีชีวิตชีวา ไม่แข็งทื่อ หรือใช้ในการสั่งให้ บราวเซอร์ทำงานตามที่เราต้องการ โดยงานนั้น อาจเกินความสามารถ ของภาษา HTML แต่ไม่ใช่งานที่ต้องติดต่อกับ Server นั่นเพราะ JavaScript เป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมทางฝั่ง client โดยมีบราวเซอร์เป็นตัวแปลภาษานั่นเอง ตัวอย่างของงาน ที่จะต้องใช้ภาษา JavaScript เช่น
    - สร้างเมนูที่สามารถตอบสนองต่อการเอา mouse ไปชี้ได้
    - สร้างเครื่องคิดเลข ปฏิทิน เกม ในเวบเพจ
    - เปิด, ปิด, เคลื่อนย้ายตำแหน่งของ window
    - ทำตัวอักษรวิ่งแบบต่างๆ
    - ตรวจสอบความถูกต้องของแบบฟอร์มที่ผู้ใช้กรอก ก่อนส่งข้อมูลไปยัง Server
    - และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ต้องติดต่อกับ Server
ตัวอย่าง

<html>
<body>

<script>
document.write("Hello students!")
</script> 

</body>
</html>

ผลลัพธ์คือ

Tag ที่เกี่ยวข้อง
   1. แท็ก noscript ใช้ในการรองรับกรณีที่ผู้ใช้งานไม่อนุญาตให้รันสคริปส์ หรือ เว็บเบราว์เซอร์ไม่รองรับสคริปส์ เราสามารถใส่เนื้อหาในแท็ก noscript ได้เหมือนกับแท็ก body ซึ่งจะสามารถแสดงได้เหมือนไฟล์เอกสาร html ปกติ โดยเนื้อหาภายในแท็ก noscript จะแสดงก็ต่อเมื่อเว็บเบราว์เซอร์ไม่รองรับสคริปส์หรือไม่อนุญาตให้รันสคริปส์เท่านั้น
ตัวอย่าง

<html>
<body>

<script type="text/javascript">
document.write("สวัสดีนักเรียน")
</script>
<noscript>เว็บเบราว์เซอร์ของคุณไม่รองรับ JavaScript!</noscript>
 
</body>
</html>

ผลลัพธ์คือ

   2. ปุ่ม สำหรับลิงค์ไปหน้าอื่น
ตัวอย่าง

<html>
<body>

<p id="demo">
ภาษา HTML
</p>

<script>
function myFunction()
{
document.getElementById("demo").innerHTML="ภาษา HTML คือภาษาที่ใช้ในการเขียนเว็บ";
}
</script>

<button type="button" onclick="myFunction()">รายละเอียดเพิ่มเติม</button>

<script >
window.confirm("Are you sure you want to quit?")
</script>

</body>
</html>

ผลลัพธ์คือ


  3. เพิ่มเติมสไตล์ เช่น การสร้างปุ่ม สำหรับคลิกเลือกสีตัวอักษรที่ผู้ใช้งานต้องการให้แสดง

ตัวอย่าง

<html>
<body>

<p id="demo">
ไม่ชอบสีดำอยากเปลี่ยนเป็นแดง
</p>

<script>
function myFunction()
{
document.getElementById("demo").style.color="#ff0000";
}
</script>

<button type="button" onclick="myFunction()">คลิกตรงนี้</button>

</body>
</html>

 ผลลัพธ์คือ

   4. กล่องข้อความ (Message Box) เป็นส่วนที่ไว้สำหรับโต้ตอบกับผู้ใช้ แบ่งเป็น 3 แบบ คือ
           4.1 การเตือน (Alert)  ใช้สำหรับการขึ้นขอความเตือน ให้ผู้ใช้ระมัดระวัง หรือบอกกล่าวไปยังผู้ใช้ให้ทราบ  พิจารณาคำสั่งต่อไปนี้
ตัวอย่าง

<html>
<body>

<script >

window.alert("You can?t access to server!")

</script> 

</body>
</html>

ผลลัพธ์คือ

***ข้อความที่เขียนส่งให้เมธอด alert() เมื่อนำไปแสดงออกยัง ไดอะล็อกบ็อกซ์ จะปรากฏเป็นบรรทัดเดียว   ถ้าข้อความยาวมาก ไดอะล็อกบ็อกซ์ ที่ปรากฏ จะยาว ตามด้วย   หากผู้อ่านต้องการข้อความแยกกันหลายบรรทัด ให้ใช้ \n  แทรกระหว่างข้อความ
ตัวอย่าง

<html>
    body>

    <script language="JavaScript">
     alert("\n Hello   JavaScript  World \n Enjoy  with  JavaScript  now \n\n Click OK  to continue");
    </script>

    </body>
</html>

ผลลัพธ์คือ


   4.2 การยินยัน (Confirm)  เพื่อให้ผู้ใช้ยืนยันในกรณีที่ผู้ใช้อาจเผอเรอคลิกปุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ  เช่น ผู้ใช้กดปุ่มเพื่อลบข้อมูล หรือการออกจากโปรแกรม
ตัวอย่าง

<html>

<body>

<script >
window.confirm("Are you sure you want to quit?")
</script>

</body>
</html>

ผลลัพธ์คือ

   4.3 ตรวจสอบข้อมูล (Prompt)  เพื่อให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลก่อนเข้าไปยังระบบหรือเข้าหน้าเว็บ
ตัวอย่าง

<html>
<body>

<script >
window.prompt("please enter user name")
</script>

</body>
</html>

ผลลัพธ์คือ

   นอกจากนี้ยังมีตัวแปรที่เกิดจากการใช้ prompt ตัวอย่างเช่น

<html>
<body>

<script>

var y=window.prompt("please enter your name")

window.alert("Hello !   "  +y)

</script>

</body>
</html> 

***ตัวแปร y จะเก็บค่าที่ได้จากการป้อนของผู้ใช้  แล้วมาแสดงใน Message Box การเตือน ซึ่งมีข้อความ Hello !
ผลลัพธ์คือ

เมื่อผู้ใช้ป้อนชื่อแล้วกดปุ่ม OK จะเกิด Message Box ตามรูป