ให้เรตสมาชิก: 3 / 5

ดาวใช้งานดาวใช้งานดาวใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

 

<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>Untitled Document</title>
<style>
article, aside, nav {display:left;}
article, aside {float: left;}
article {width:600px;}
nav {width: 250px;}
</style>
</head>
<body>
<article>
<h1> สร้าง Sideder ด้วย เอเลเม็นท์ aside </h1>
<p><strong>เอเลเม็นท์ aside ใชักับกลุ่มของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหารอบๆ แบบไม่ได้ซ้อนทับ เช่น จัดลำดับรายการของโพสต์ ,หมวดหมู่ของบล็อก,คอมเม้นล่าสุด เป็นต้น เนื้อหาประเภทนี้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเพจหลัก แต่อยู่แยกออกมา
ในการพัฒนาเว็บสมัยนี้ การที่มีแถบข้างหรือที่เรียกว่า Sidebar ในเพจถือเป็นเรื่องปกติ อาจไม่จำเป็นต้องวางอยู่ด้านซ้ายเสมอไปก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะมีใว้ใส่ลิงค์ที่เกี่ยวข้องกันหรือราชชื่อหมู่หมวดเอาไว้ในนั้น การใช้เอเลเม้นท์ aside อย่างถูกต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณจะวางไว้ที่ไหน ถ้าว่าใน article เนื้อหาของส่วน aside
ก็ควรจะสัมพันธ์กับเนื้อหาของ article สักนิดหน่อย เช่น อภิธานศัพท์ เป็นต้น หรือถ้า aside อยู่นอก article หรือ section ละก็ เนื้อหานั้นก็ต้องมีความสัมพันธ์กับเพจ เช่น ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง,โฆษณาที่เกี่ยวข้อง
กับเว็บไซต์ เป็นต้น</strong>
</p></article>

<aside>
<h2> aside link </h2>
<nav>
<ul>
<li><a href="#"> หมวดหมู่ 1</a></li>
<li><a href="#">หมวดหมู่ 2</a></li>
<li><a href="#">หมวดหมู่ 3</a></li>
</ul>
</nav>
</aside>
</body>
</html>

 ที่มา : หนังสือรวมโค้ด HTML5 (แปลเเละเรียบเรียงโดย ไพบูลย์สวัสดิ์ปัญญาโชติ)

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.w3schools.com/tags/tag_aside.asp