กองทุนประกันสังคม มีผู้ประกันตนกี่ประเภท ??

การใช้งานและ แนะนำโปรแกรมเกี่ยวกับ งานบัญชี และ ERP อีอาร์พี

Moderators: mindphp, ผู้ดูแลกระดาน

natthanit.r2538
PHP Super Hero Member
PHP Super Hero Member
Posts: 504
Joined: 01/06/2020 10:34 am

กองทุนประกันสังคม มีผู้ประกันตนกี่ประเภท ??

Post by natthanit.r2538 »

ในการทำบัญชีให้กับบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีการนำส่งประกันสังคมให้กับกองทุนประกันสังคมเป็นประจำทุกเดือน พนักงานในบริษํทเอกชน จะต้องเสียเงินประกันสังคม
แล้วนอกจากพนักงานในบริษัทเอกชนทั่วไปแล้ว มีใครอีกบ้างที่สามารถนำส่งเงินประกันสังคมได้ เรามาทำความรู้จักกับผู้ประกันตนแต่ละประเภท และสิทธิประโยชน์ที่ได้จากการนำส่งประกันสังคมกันค่ะกันค่ะ

กองทุนประกันสังคม สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
1.ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 (บังคับ) ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ คือพนักงานเอกชนทั่วไป ซึ่งคงสถานะเป็นลูกจาก ในสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนเป็นต้นไป มีอายุระหว่าง 15-60 ปี
เงินสมทบ : เงินที่ต้องนำส่งสมทบกองทุนประกันสังคมจะคิดจาก ลูกจ้าง 5% + นายจ้าง 5% ของเงินเดือนที่ได้รับ ตั้งแต่ 1,650 บาท ไม่เกิน 15,000 บาท (ไม่เกิน 750 บาท)
สิทธิประโยชน์ : ผู้ประกันตนกลุ่มนี้จะได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ 1.กรณีเจ็บป่วย 2.กรณีคลอดบุตร 3.กรณีทุพพลภาพ 4.กรณีตาย 5.กรณีสงเคราะห์บุตร 6. กรณีชราภาพ และ 7. กรณีว่างงาน
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ : ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน

2.ผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 (สมัครใจ) ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ คืออดีตพนักงานเอกชนทั่วไปที่ลาออกแล้ว แต่ยังต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมไว้ โดยจะต้องนำส่งเงินสบทบกองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และลาออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือนและต้องไม่เป็นต้องไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ
เงินสมทบ : เงินที่ต้องนำส่งสมทบกองทุนประกันสังคม จะคิดจากเดือนละ 4,800 บาท *9% เท่ากันทุกคน เท่ากับจะต้องนำส่งเดือนละ 432 บาท
สิทธิประโยชน์ : ผู้ประกันตนกลุ่มนี้จะได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี ได้แก่ 1.กรณีเจ็บป่วย 2.กรณีคลอดบุตร 3.กรณีทุพพลภาพ 4.กรณีตาย 5.กรณีสงเคราะห์บุตร และ 6. กรณีชราภาพ ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33

3.ผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 (สมัครใจ) ผู้ประกันตนกลุ่มนี้ คือ บุคคลที่ไม่ได้เป็นเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และไม่เคยสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 ผู้ที่จะสมัครประกันสังคมในมาตรา 40 ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ มีอายุ 15-60 ปี
เงินสมทบ : สามารถเลือกได้ 2 ทางเลือก
ทางเลือกที่ 1 จ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท รวมนำส่งเดือนละ 100 บาท
ทางเลือกที่ 2 จ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท รวมนำส่งเดือนละ 150 บาท
สิทธิประโยชน์ : แบ่งเป็น 2 ประเภท
ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ
1. กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
2. กรณีทุพพลภาพ
3. กรณีตาย
ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน
1. กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
2. กรณีทุพพลภาพ
3. กรณีตาย
4. กรณีชราภาพ (บำเหน็จ)
เงื่อนไขการเกิดสิทธิ : จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 เดือน ก่อนเดือนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

ที่นี้เราก็ทราบถึงสิทธิประโยชน์ของการประกันตนกันแล้ว อย่าลืมไปใช้สิทธิตามความคุ้มครองกันด้วยนะคะ หากใครที่ไม่ได้สมัครเป็นผู้ประกันตน ถ้าสนใจห็สามารถพิจารณาว่าตนเหมาะกับการประกันตนแบบใดที่สุด :)

หมายเหตุ : ในสถานการณ์ การระบาดของโรคโควิด 19 อัตรการนำส่งเงินสมทบอาจมีการเปลี่ยนแปลง viewtopic.php?f=28&t=66871


อ้างอิง
สำนักงานประกันสังคม
http://www.businessplus.co.th/
https://www.dharmniti.co.th/

Return to “Accounting software & ERP โปรแกรมบัญชี ระบบอีอาร์พี”

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 42 guests